Windows 11 อัปเกรด Start Menu: การปรับแต่งลึกซึ้งหลังรอคอย 6 ปี
หลังจากการรอคอยอย่างยาวนานถึง 6 ปี ไมโครซอฟต์กำลังทดลองอัปเกรดใหญ่สำหรับ Start Menu บน Windows 11 ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งได้อย่างลึกซึ้ง แทนที่จะต้องยอมรับเลย์เอาต์ที่แข็งเหมือนในรุ่นก่อนนี้
ประวัติความเป็นมาของ Start Menu ใน Windows 11
Windows 11 ที่เปิดตัวในปี 2021 ได้นำ Start Menu มาใช้ในรูปแบบใหม่ที่แตกต่างจาก Windows 10 อย่างสิ้นเชิง โดยมีการออกแบบที่เรียบง่ายและเน้นการใช้งานแบบแนวตั้ง แต่ก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากผู้ใช้มาตลอดเวลา 6 ปีที่ผ่านมา
ใน Windows 11 เดิม ผู้ใช้จะพบกับ Start Menu ที่มีขนาดเล็กและไม่สามารถปรับแต่งได้มากนัก โดยมีรายการแอปพลิเคชันที่ติดตั้งอยู่ด้านล่างและไอคอนแอปพลิเคชันที่ติดตั้งล่าสุดที่ด้านบน ซึ่งถือเป็นการลดทอนความยืดหยุ่นที่ผู้ใช้เคยมีมาใน Windows 10
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใน Start Menu ใหม่
ตามรายงานจาก Zac Bowden จาก Windows Central ไมโครซอฟต์กำลังทดลองการอัปเกรด Start Menu ที่จะนำมาซึ่งความสามารถในการปรับแต่งที่ลึกซึ้งมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใช้ต้องการมานาน
การอัปเกรดนี้จะเปิดให้ผู้ใช้สามารถ:
- ปรับขนาดของไอคอนแอปพลิเคชัน
- จัดลำดับไอคอนได้ตามใจชอบ
- เพิ่มหมวดหมู่และโฟลเดอร์สำหรับแอปพลิเคชัน
- ปรับแต่งสีและธีมของ Start Menu
- เพิ่ม widget และช่องค้นหาได้ในตำแหน่งที่ต้องการ
การปรับแต่งที่มีให้ใช้งาน
ในรุ่นทดลองนี้ ผู้ใช้จะได้รับความยืดหยุ่นในการปรับแต่ง Start Menu ที่ไม่เคยมีมาก่อนใน Windows 11 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง:
- การปรับขนาดไอคอน: ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนขนาดของไอคอนแอปพลิเคชันจากขนาดเล็ก กลาง หรือใหญ่ ตามความต้องการ
- การจัดกลุ่มแอปพลิเคชัน: สามารถสร้างกลุ่มและโฟลเดอร์เพื่อจัดรายการแอปพลิเคชันได้ตามหมวดหมู่
- การเพิ่มและลบรายการ: สามารถเพิ่มรายการที่ชื่นชอบหรือลบรายการที่ไม่ได้ใช้งานออกจาก Start Menu
- การปรับแต่งภาพพื้นหลัง: สามารถเลือกรูปภาพพื้นหลังสำหรับ Start Menu ได้
เปรียบเทียบ Start Menu ระหว่าง Windows 10 และ Windows 11
| คุณสมบัติ | Windows 10 | Windows 11 (รุ่นเดิม) | Windows 11 (รุ่นใหม่) |
|---|---|---|---|
| การปรับขนาดไอคอน | มี (เล็ก, กลาง, ใหญ่) | ไม่มี (ขนาดเท่าเดิม) | มี (เล็ก, กลาง, ใหญ่) |
| การจัดกลุ่มแอป | มี | ไม่มี | มี (ขยายความสามารถ) |
| การจัดลำดับรายการ | มี | จำกัด | มี (ยืดหยุ่นมาก) |
| การปรับแต่งสี | มี | ไม่มี | มี |
| การแสดงรายการล่าสุด | มี | มี | มี (สามารถปิดได้) |
ข้อควรระวังเมื่อใช้งานเวอร์ชัน Preview
แม้ว่าการอัปเกรด Start Menu นี้จะเป็นที่ต้องการอย่างยิ่ง แต่ผู้ใช้ควรระวังเมื่อต้องการลองใช้งานเวอร์ชัน Preview หรือ Insider Preview เนื่องจากอาจทำให้ระบบไม่เสถียร
ตามคำแนะนำจากผู้เขียนบทความนี้ "หากคุณกำลังใช้เครื่องเป็นเครื่องหลัก ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานเวอร์ชัน Preview เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลและการทำงานของระบบ"
การใช้งานเวอร์ชัน Preview อาจนำไปสู่ปัญหาเช่น:
- ข้อผิดพลาดในการทำงานของระบบ
- การสูญหายของข้อมูล
- ปัญหาความเข้ากันได้กับซอฟต์แวร์บางตัว
- ประสิทธิภาพการทำงานที่ลดลง
สรุปและมุมมองอนาคต
การอัปเกรด Start Menu ใน Windows 11 นี้เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและการปรับแต่งที่มากขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไมโครซอฟต์ฟังเสียงจากผู้ใช้และพยายามแก้ไขข้อบกพร่องที่ผู้ใช้พบเจอใน Windows 11
การเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในทิศทางการพัฒนา Windows ในอนาคต ที่จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์การใช้งานแบบบุคคลที่มากขึ้น
แม้ว่าการอัปเกรดนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลอง แต่ก็เป็นข่าวที่ดีสำหรับผู้ใช้ Windows 11 ที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงมานาน คาดว่าไม่นานนี้เราจะได้เห็นการอัปเกรดนี้เปิดให้ใช้งานกับผู้ใช้ทั่วไป