อิหร่านแนะนำให้ฮูธี เตรียมปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ คุกคามการค้าพลังงานโลก
อิหร่านได้แนะนำให้กลุ่มฮูธีในเยเมนเตรียมพร้อมในการปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบ (Bab el-Mandeb) ซึ่งเป็นเส้นทางทางทะเลสำคัญที่เชื่อมต่อระหว่างทะเลแดงกับมหาสมุทรอินเดีย หากสหรัฐฯ ดำเนินการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวระดับสูงของอิหร่าน
กลุ่มฮูธีซึ่งเป็นพันธมิตรกับอิหร่านได้รับการแนะนำเชิงกลยุทธ์ในประเด็นนี้โดยตรง และปัจจุบันกำลังเตรียมพร้อมด้วยการจัดเก็บยุทโธปกรณ์ไม่มีคนขับและขีปนาวุธขั้นสูงตามพื้นที่สูงที่มีทิวเขาคอยคุ้มกันภายในเยเมน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่สามารถมองเห็นเมืองโฮเดียดะห์และอ่าวเอเดนได้ การตัดสินใจในการปิดช่องแคบอย่างเป็นทางการจะอยู่ภายใต้การควบคุมของตัวแทนกองกำลังป้องกันปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ประจำการในเยเมน
ความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจของช่องแคบบับ เอล-มันเดบ
ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ เป็นหนึ่งในเส้นทางทะเลที่สำคัญที่สุดในโลก โดยมีสัดส่วนการค้าพลังงานของโลกถึงประมาณ 7% การขัดขวางการจราจรในพื้นที่นี้อาจบีบให้บริษัทขนส่งระหว่างประเทศต้องเปลี่ยนเส้นทางให้เรือลอดไปรอบทวีปแอฟริกา ซึ่งจะส่งผลให้ค่าบริการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น และทำให้วิกฤติการณ์ด้านพลังงานระดับโลกรุนแรงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในขณะที่การจราจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนัก
| สถิติเกี่ยวกับช่องแคบบับ เอล-มันเดบ | ข้อมูล |
|---|---|
| สัดส่วนการค้าพลังงานโลก | 7% |
| ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ | เชื่อมโยงทะเลแดงกับอ่าวเอเดนและมหาสมุทรอินเดีย |
| ประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด | ซาอุดีอาระเบีย |
| ความกว้างของช่องแคบ | 29 กิโลเมตร |
| ประเทศที่มีอาณาเขตติดช่องแคบ | เยเมน, จิบูตี, เอริเทรีย, โซมาเลีย |
ผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบีย
ซาอุดีอาระเบียเผชิญกับความเสี่ยงอย่างรุนแรงจากการพึ่งพาทะเลแดงอย่างมาก โดยประมาณ 70% การส่งออกพลังงานของประเทศผ่านท่าเรือยันบู (Yanbu) บนทะเลแดง หลังจากการสงบศึก 4 ปีกับกลุ่มฮูธีสิ้นสุดลงเมื่อฮูธียิงขีปนาวุธใส่ซาอุดีอาระเบีย ราชอาณาจักรนี้จึงได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบผ่านท่าเรือยันบูใกล้ถึงขีดความสามารถการใช้งานสูงสุด
กลุ่มที่มีความสัมพันธ์กับอิหร่านได้ออกข้อหาว่าซาอุดีอาระเบียดำเนินการโจมตีท่าอากาศยานที่ฮูธีควบคุม ในขณะที่ซาอุดีอาระเบียต้องพึ่งพาท่อน้ำมันดิบตะวันออก-ตะวันตก (Petroline) ที่มีความยาว 1,200 กิโลเมตรอย่างมากเพื่อส่งน้ำมันไปยังท่าเรือการค้ายันบู เพื่อหลีกเลี่ยงช่องแคบฮอร์มุซ
| การส่งออกน้ำมันดิบผ่านยันบู (ล้านบาร์rell/วัน) | มิถุนายน 2025 | มิถุนายน 2024 | หลังวันที่ 13 กรกฎาคม 2025 |
|---|---|---|---|
| ปริมาณการส่งออกเฉลี่ย | 4.0 | 0.973 | 4.7 |
| เปอร์เซ็นต์การเพิ่มขึ้น | - | - | 17.5% |
| ผลกระทบที่คาดหวัง | ปกติ | ลดลง | เพิ่มขึ้น |
มาตรการลดความเสี่ยงและผลกระทบในอนาคต
เพื่อลดความเสี่ยงจากการขัดขวางการขนส่งที่อาจเกิดขึ้นในหลายแนวรบ ซาอุดีอาระเบียในปัจจุบันกำลังพิจารณาแผนขยายโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่เพื่อปรับปรุงความสามารถของเครือข่ายท่อและสถานีปลายทางฝั่งตะวันต้องอย่างถาวร
การเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะที่ภูมิภาคตะวันออกกลางกำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนหลายประการ การปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบจะไม่ส่งผลกระทบต่อซาอุดีอาระเบียเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลกระทบต่อทั้งห่วงโซ่การจัดหาพลังงานระดับโลกด้วย
การดำเนินการของอิหร่านและฮูธีในเยเมน รวมถึงการตอบสนองของประเทศอื่นๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจว่าเส้นทางสำคัญนี้จะถูกปิดหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อเศรษฐกิจโลก
นักวิเคราะห์ด้านพลังงานระบุว่า หากการปิดช่องแคบบับ เอล-มันเดบเกิดขึ้น ราคาน้ำมันโลกอาจสูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อการค้าโลกในหลายภูมิภาพ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และจีซึ่งพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลาง
ทางการสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรในภูมิภาคกำลังเตรียมมาตรการป้องกันหลายประการเพื่รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงการเสริมกำลังทางเรือในพื้นที่และการพยายามเสนอแนะทางทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด